ภาพบนสุดภาพที่ 2 English Language  English /  English Language Thai.  
ภาพ m222

สถานการณ์และแนวโน้มความเจ็บป่วยทางจิตของคนไทย

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535-2539) เป็นต้นมา สังคมไทยตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาสุขภาพจิตสูงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบข้อมูลทางสุขภาพที่มีอยู่ยังเป็นข้อมูลการเกิดและการตายเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านสุขภาพจิตซึ่งมีค่อนข้างจำกัด ส่วนมากจะเป็นข้อมูลในระบบบริการทำให้ยากต่อการคาดการณ์แนวโน้มความเจ็บป่วยทางจิตในภาพรวม ในการนำเสนอสถานการณ์และแนวโน้มความเจ็บป่วยทางจิตของคนไทยในบทนี้จึงขอเสนอหัวข้อ ต่อไปนี้
1. ภาระโรคทางจิต
2. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต : การฆ่าตัวตาย
3. ข้อมูลการเจ็บป่วยทางจิตที่สำคัญ
4. ปัญหาสารเสพติด
5. ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น

1. ภาระโรคทางจิต
ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในประชากรทั่วๆ ไป นอกจากทำให้สูญเสียชีวิตแล้วบางโรคยังก่อให้เกิดความพิการ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนทำให้ต้องทนอยู่กับความทุกข์ทรมานจากโรคนั้นๆ การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสังคมของปัญหาสาธารณสุขดังกล่าว องค์การอนามัยโลกและธนาคารโลกได้ร่วมกันพัฒนาดัชนีชี้วัดปัญหาสุขภาพแบบใหม่ เรียกหน่วยวัดนี้ว่า "การสูญเสียปีสุขภาวะ" หรือ DALYs (Disability Adjusted Life Years) โดยมีจุดประสงค์เพื่อจะเปรียบเทียบความรุนแรงของโรคทั้งที่ทำให้เสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรและทำให้ต้องทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยหรือพิการอยู่ในดัชนีชี้วัดตัวเดียวกัน ซึ่งเดิมจะศึกษาเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง เช่น อัตราตาย (Mortality rate) หรืออัตราป่วย (Morbidity rate) ทำให้ปัญหาทางสุขภาพจิตและจิตเวชไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับความสำคัญของปัญหาสาธารณสุข เนื่องจากอัตราการตายจากโรคทางจิตค่อนข้างต่ำ
การวิเคราะห์ค่า DALYs ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบสำคัญ คือ
1. จำนวนปีที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร (Years of Life Lost : YLLs) ซึ่งต้องอาศัยฐานข้อมูลการตาย โดยระบุสาเหตุการตายอย่างถูกต้อง จำแนกสาเหตุการตายตามเพศ และกลุ่มอายุ
2. จำนวนปีที่อยู่ด้วยความเจ็บป่วยหรือพิการ (Years Lived with Disability : YLDs) จำเป็นต้องใช้ค่าถ่วงน้ำหนัก (Disability weight) ของภาวะความเจ็บป่วยต่างๆ รวมทั้งค่าอัตราอุบัติการณ์ (Incidence rate) ของแต่ละโรค อัตราการหายจากโรค (Remission rate) และค่าอัตราเสี่ยง (Risk ratio) ของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจมีผลต่อโรคนั้น ๆ
การสูญเสียปีสุขภาวะ = จำนวนปีที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร + จำนวนปีที่อยู่ด้วยความเจ็บป่วยหรือพิการ
(DALYs) (YLLs) (YLDs)
1 DALY เท่ากับ การสูญเสียช่วงอายุที่มีสุขภาพดีไปจำนวน 1 ปี

จากการศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บในประเทศไทย ปี 2542พบว่า มีปัญหาทางสุขภาพจิตและจิตเวชอยู่ใน 20 อันดับของโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียปีสุขภาวะ เมื่อพิจารณาในกลุ่มเพศชาย พบว่า การฆ่าตัวตาย/ทำร้ายตนเอง มีค่า DALYs เป็นลำดับที่ 9 การใช้ยาเสพติดอยู่ในลำดับที่ 10 การติดสุรา พิษสุราเรื้อรังอยู่ในลำดับที่ 11 และโรคซึมเศร้าอยู่ในลำดับที่ 15 ขณะที่ในกลุ่มเพศหญิงโรคซึมเศร้าอยู่ในลำดับที่ 4 โรควิตกกังวลอยู่ในลำดับที่ 16 และโรคจิตเภทอยู่ในลำดับที่ 17 (ตารางที่ 2-1)

ตารางที่ 2-1 โรคที่เป็นสาเหตุสำคัญของการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2542 จำแนกตามเพศ
ลำดับที่ เพศชาย DALYs ร้อยละ เพศหญิง DALYs ร้อยละ
 เอดส์ 960,087  17   เอดส์ 372,947 
 อุบัติเหตุจราจร 510,907   หลอดเลือดสมอง 280,673 
 หลอดเลือดสมอง 267,587   เบาหวาน 267,158 
 มะเร็งตับ 248,083   โรคซึมเศร้า 145,336 
 เบาหวาน 168,372   มะเร็งตับ 118,384 
 กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 164,094   ข้อเข่าเสื่อม 117,994 
 ถุงลมปอดโป่งพอง 156,861   อุบัติเหตุจราจร 114,963 
 ถูกฆาตกรรม ถูกทำร้าย 156,371   โลหิตจาง (ขาดธาตุเหล็ก) 109,592 
 ฆ่าตัวตาย ทำร้ายตนเอง 147,988   กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด 109,592 
10   ยาเสพติด 137,703   ต้อกระจก 96,091 
11   ติดสุรา พิษสุราเรื้อรัง 130,654   ถุงลมปอดโป่งพอง 93,387 
12   ตับแข็ง 117,527   หูหนวก 87,612 
13   มะเร็งปอด 106,120   ปอดบวม 84,819 
14   จมน้ำตาย 98,464   ทารกคลอดน้ำหนักน้อย 83,879 
15   โรคซึมเศร้า 95,530   สมองเสื่อม 70,191 
16   ข้อเข่าเสื่อม 93,749   โรควิตกกังวล 66,992 
17   วัณโรค 93,695   โรคจิตเภท 60,800 
18   หูหนวก 93,497   วัณโรค 60,643 
19   ทารกคลอดน้ำหนักน้อย 91,934   ทารกแรกคลอดขาดอ็อกซิเจน 57,488 
20   โลหิตจาง (ขาดธาตุเหล็ก) 87,610   ไตวายเรื้อรัง 55,258 

ที่มา : สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข
ผลการศึกษาภาระโรคและการบาดเจ็บในประเทศไทยปี 2542 เฉพาะกลุ่มโรคทางสุขภาพจิตและจิตเวชพบว่า การสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) ของโรคซึมเศร้ามีค่าสูงที่สุด แต่เป็นค่าจำนวนปีที่อยู่ด้วยความเจ็บป่วยหรือพิการทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าแม้จะไม่มีการสูญเสียชีวิตก่อนวัยอันควรแต่ก็ต้องทนอยู่กับอาการเจ็บป่วยด้วยโรคนี้เป็นเวลานานกว่าโรคทางจิตอื่นๆ รองลงมาจะพบว่ากลุ่มผู้ติดยาเสพติดและพิษสุราเรื้อรัง จะมีการสูญเสียปีสุขภาวะ (DALYs) ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อพิจารณาจำนวนปีที่สูญเสียไปจากการตายก่อนวัยอันควรแล้ว พบว่ากลุ่มผู้ป่วยด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง มีค่าสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำให้ต้องมีการดำเนินการด้านระบาดวิทยา เพื่อเฝ้าระวังติดตามกลุ่มโรคดังกล่าว และโรคอื่นๆที่เป็นผลตามมา เช่น ฆ่าตัวตายจากภาวะซึมเศร้า ปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเสพติด และการบาดเจ็บพิการทางสมองจากอุบัติเหตุของผู้เสพสุรา (ภาพที่ 2-1)

  ภาพที่ 2-1 เปรียบเทียบภาระโรคทางจิต ปี พ.ศ. 2542

ที่มา : สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข 2542
เมื่อพิจารณาแยกตามเพศ พบว่าเพศหญิงจะมีโรคซึมเศร้าสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ โรควิตกกังวล และ โรคจิตเภท ขณะที่เพศชายพบปัญหาการติดยาเสพติดและพิษสุราเรื้อรังมีค่าสูงใกล้เคียงกัน รองลงมาได้แก่ โรคซึมเศร้าและโรคจิตเภท แสดงให้เห็นว่าเพศหญิงเป็นกลุ่มเสี่ยงกับการเจ็บป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากที่สุดขณะที่เพศชาย เป็นกลุ่มเสี่ยงกับการเจ็บป่วยด้วยโรคติดยาเสพติดและพิษสุราเรื้อรังมากที่สุด การที่เพศหญิงต้องตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล จะทำให้มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และเด็กในครอบครัวจะได้รับถ่ายทอดโรคดังกล่าวจากมารดาด้วย ขณะที่ผลจากติดยาเสพติดและพิษสุราเรื้อรัง ทำให้เพศชายมีปัญหาจากอุบัติเหตุ พิการ ว่างงาน รัฐต้องสูญเสียวัยแรงงานก่อนเวลาอันสมควร ครอบครัวขาดผู้นำ และบางกรณีกลับเป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม จำเป็นต้องมีการสอบสวนทางระบาดวิทยา เพื่อหาสาเหตุและกลวิธีในการลดความรุนแรงของโรคดังกล่าว (ภาพที่ 2-2)

  ภาพที่ 2-2 เปรียบเทียบภาระโรคทางจิต ปี พ.ศ. 2542 จำแนกตามเพศ

ที่มา : สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข 2542

2. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสุขภาพจิต : การฆ่าตัวตาย
ปัญหาการฆ่าตัวตายเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญปัญหาหนึ่งในปัจจุบัน เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นตามมาทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ เมื่อพิจารณาในระยะยาวพบว่าแนวโน้มการฆ่าตัวตายในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2524 ถึง ปี พ.ศ. 2544 ค่อนข้างคงที่ จากรายงานจำนวนอัตราการฆ่าตัวตายขึ้นลงระหว่าง 7.3 ถึง 7.7 ต่อประชากร 100,000 คน โดยในระยะ 4 ปีหลัง พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อย (ภาพที่ 2-3)

  ภาพที่ 2-3 อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากร 100,000 คน ระหว่าง ปี พ.ศ. 2524-2544

ที่มา : สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข
เมื่อพิจารณาแยกตามเพศ พบว่าเพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนและสูงกว่าเพศหญิง โดยเพิ่มจาก 7.6 ต่อประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2524 เป็น 11.9 ต่อประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2544 ในขณะที่เพศหญิงอัตราการฆ่าตัวตายมีแนวโน้มลดลงจาก 7.3 ต่อประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2524 เหลือเพียง 3.6 ต่อประชากร 100,000 คน ในปี พ.ศ. 2544 และเมื่อพิจารณาสัดส่วนการฆ่าตัวตายของเพศชายต่อเพศหญิง พบว่าเพิ่มมากขึ้นจาก 1.04 : 1.0 ในปี พ.ศ. 2524 เป็น 3.3 : 1.0 ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งเพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่า (ภาพที่ 2-4)

  ภาพที่ 2-4 อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากร 100,000 คน จำแนกตามเพศ ระหว่าง ปี พ.ศ. 2524-2544

ที่มา : สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข
เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มอายุและเพศ พบว่าเพศชายมีอัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มอายุ 25-29 ปีสูงสุด ส่วนเพศหญิงมีอัตราการฆ่าตัวตายค่อนข้างใกล้เคียงกันในทุกกลุ่มอายุ (ภาพที่ 2-5) ส่วนในกลุ่มผู้สูงอายุ พบว่า มีอัตราค่อนข้างสูงอาจจะเนื่องมาจากผู้สูงอายุมักพบภาวะซึมเศร้า ซึ่งเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายได้

  ภาพที่ 2-5 อัตราการฆ่าตัวตายต่อประชากร 100,000 คน จำแนกตามเพศและกลุ่มอายุ ปี พ.ศ. 2540-2544





ที่มา : สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข
อัตราการฆ่าตัวตายของประเทศในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญและควรศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายของแต่ละพื้นที่ ได้อย่างถูกต้อง โดยพบว่า อัตราการฆ่าตัวตายในปี 2543 - 2544 ในพื้นที่เขตการสาธารณสุขที่ 10 มีอัตราสูงสุด รองลงมาเป็นเขต 9 เขต 8 และเขต 3 ตามลำดับ ส่วนพื้นที่ซึ่งมีอัตราการฆ่าตัวตายต่ำสุด คือ พื้นที่เขต 12 ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า พื้นที่ที่มีการฆ่าตัวตายสูงจะเป็นพื้นที่เขตภาคเหนือและชายฝั่งทางภาคตะวันออก ส่วนพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างจะพบต่ำ นอกจากนี้แนวโน้มของอัตราการฆ่าตัวตายในปี 2543 - 2544 พบว่า ส่วนใหญ่มีแนวโน้มลดลง ยกเว้นเขต 9 และเขต 3 ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

  ภาพที่ 2-6 อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามเขตการสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2543-2544

ที่มา : สำนักนโยบายและแผน กระทรวงสาธารณสุข

3. ข้อมูลการเจ็บป่วยทางจิตที่สำคัญ
3.1 โรคจิต
จากรายงานจำนวนและอัตราผู้ป่วยทางจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ในปี งบประมาณ 2540-2544 พบอัตราผู้ป่วยโรคจิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อจำแนกตามการใช้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุข พบว่า สถานบริการสาธารณสุขทั่วไปอัตราผู้ป่วยโรคจิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2540 พบอัตรา 144.0 ต่อประชากร 100,000 คน เพิ่มขึ้นเป็นอัตรา 293.2 ต่อประชากร 100,000 คนในปีงบประมาณ 2544 สำหรับสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกรมสุขภาพจิต อัตราผู้ป่วยโรคจิตมีแนวโน้มลดลง โดยในปีงบประมาณ 2540 พบว่ามีอัตราผู้ป่วยโรคจิตเท่ากับ 298.70 ต่อประชากร 100,000 คน แต่ในปีงบประมาณ 2544 ลดลงเหลือเพียง 228.2 ต่อประชากร 100,000 คน (ภาพที่ 2–7 และภาพที่ 2-8) ทั้งนี้ อาจจะเนื่องจากมีการขยายการจัดบริการจิตเวชในสถานบริการสาธารณสุขทั่วไปมากขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับบริการและการเข้าถึงบริการสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านมากขึ้น

  ภาพที่ 2-8 อัตราผู้ป่วยโรคจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540- 2544

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-9 อัตราผู้ป่วยโรคจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540- 2544 จำแนกตามการใช้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุข

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

3.2 ปัญญาอ่อน
จากรายงานจำนวนและอัตราผู้ป่วยทางสุขภาพจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544 พบว่า อัตราผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนไม่สามารถสรุปได้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยพบว่า มีอัตราเพิ่มขึ้นและลดลง (ภาพที่ 2-10) และเมื่อจำแนกตามการใช้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุข พบว่า สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกรมสุขภาพจิต อัตราผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2540 จะเห็นว่า มีอัตราของผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนเท่ากับ 8.95 ต่อประชากร 100,000 คน และมีอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 17.03 ต่อประชากร 100,000 คน ในปีงบประมาณ 2544 ทั้งนี้อาจเนื่องจากการให้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกรมสุขภาพจิตเป็นการให้บริการแก่ผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนในระดับปานกลางถึงรุนแรง และเน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนให้สามารถช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด สำหรับสถานบริการสาธารณสุขทั่วไป พบว่า อัตราผู้ที่มีภาวะปัญญาอ่อนไม่สามารถสรุปได้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยพบว่า มีอัตราเพิ่มขึ้นและลดลง (ภาพที่ 2-11)

  ภาพที่ 2-10 อัตราผู้ป่วยที่มีภาวะปัญญาอ่อนของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-11 อัตราผู้ป่วยที่มีภาวะปัญญาอ่อนของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544 ในสถานบริการสาธารณสุข

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

3.3 โรควิตกกังวล
จากรายงานจำนวนและอัตราผู้ป่วยทางจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540–2544 พบว่า อัตราผู้ป่วยโรควิตกกังวลไม่สามารถสรุปได้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยพบว่า มีการเพิ่มขึ้นและลดลงสลับกัน และเมื่อจำแนกตามการใช้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุข พบว่า สถานบริการสาธารณสุขทั่วไปผู้ป่วยโรควิตกกังวลไม่สามารถสรุปได้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยพบว่า มีการเพิ่มขึ้นและลดลงสลับกัน สำหรับสถานบริการสาธารณสุขในสังกัด กรมสุขภาพจิต มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้อาจเนื่องจากลักษณะของผู้ป่วยวิตกกังวลมักเปลี่ยนสถานบริการสาธารณสุข และผลการวินิจฉัยโรควิตกกังวลในสถานบริการสาธารณสุขมักแฝงอยู่ในการวินิจฉัยโรคอื่นๆ (ภาพที่ 2-12 และภาพที่ 2-13)

  ภาพที่ 2-12 อัตราผู้ป่วยโรควิตกกังวลของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-13 อัตราผู้ป่วยโรควิตกกังวลของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544 ในสถานบริการสาธารณสุข

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

3.4 โรคซึมเศร้า
จากรายงานจำนวนและอัตราผู้ป่วยทางสุขภาพจิตของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544 พบว่า อัตราผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่สามารถสรุปได้ว่า มีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยพบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นและลดลง และเมื่อจำแนกการใช้บริการ ณ สถานบริการสาธารณสุข พบว่า ทั้งสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกรมสุขภาพจิตและสถานบริการสาธารณสุขทั่วไป ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่สามารถสรุปได้ว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางใด โดยสถานบริการสาธารณสุขในสังกัดกรมสุขภาพจิตมีอัตราลดลงและเพิ่มขึ้น ส่วนสถานบริการสาธารณสุขทั่วไปมีอัตราเพิ่มขึ้นและลดลง ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการวินิจฉัยโรคซึมเศร้าอาจแฝงอยู่ในการวินิจฉัยโรคอื่นๆ (ภาพที่ 2-14 และภาพที่ 2-15)

  ภาพที่ 2-14 อัตราผู้ป่วยโรควิตกกังวลของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-15 อัตราผู้ป่วยโรคซึมเศร้าของประเทศไทยต่อประชากร 100,000 คน ปีงบประมาณ 2540-2544 ในสถานบริการสาธารณสุข

หมายเหตุ : ข้อมูลยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

3.5 ผู้ติดสุรา
ในปีงบประมาณ 2540 – 2544 ประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น โดยพบว่าในปี พ.ศ. 2540 บริโภคเฉลี่ย 36.4 ลิตรต่อคนและเพิ่มเป็น 41.6 ลิตรต่อคนในปี พ.ศ. 2544 เมื่อจำแนกตามประเภทของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พบว่า การบริโภคสุราโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เบียร์มีแนวโน้มไม่คงที่ โดยมีการเพิ่มขึ้นและลดลงสลับกัน สำหรับไวน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (ภาพที่ 2-16) เป็นเรื่องที่น่าตระหนักอย่างยิ่งว่าจากการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากรไทยที่เพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2540-2544 มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพบว่ามีผู้ติดสุราเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ พบว่า มีแนวโน้มสูงขึ้น เมื่อจำแนกเป็นผู้ป่วยเก่าและผู้ป่วยใหม่ จะเห็นว่าร้อยละของผู้ติดสุราที่เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นผู้ป่วยเก่ามีแนวโน้มคงที่ ส่วนผู้ป่วยใหม่มีแนวโน้มสูงขึ้น (ภาพที่ 2-17) ผู้ติดสุราทั้งหมดส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 90.9-92.9 ส่วนเพศหญิงมีร้อยละ 7.1-9.1 และในเพศหญิงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (ภาพที่ 2-18) และเมื่อจำแนกเป็นกลุ่มอายุ พบว่า ผู้ติดสุราส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุที่เป็นวัยทำงาน (30-44 ปี) และเป็นที่น่าสังเกตว่าร้อยละ 0.1-1.2 เป็นเยาวชนที่เข้ามารับการบำบัดรักษาการติดสุรา (ภาพที่ 2-19)
หมายเหตุ ผู้ติดสุรา หมายถึง ผู้เข้ารับการบำบัดในเรื่องการเสพสุราเป็นหลักในระยะ 30 วัน ก่อนเข้ารับการรักษา

  ภาพที่ 2-16 ปริมาณการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต่อประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป พ.ศ. 2540 – 2544

หมายเหตุ : การบริโภคเฉลี่ยต่อประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป
ที่มา : กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

  ภาพที่ 2-17 ร้อยละของผู้ติดสุราที่เข้ารับการบำบัดรักษาทั่วประเทศ จำแนกเป็นผู้ป่วยรายใหม่และผู้ป่วยเก่า ปีงบประมาณ 2540-2544

ที่มา : กองประสานและปฏิบัติการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-18 ร้อยละของผู้ติดสุราที่เข้ารับการบำบัดรักษาทั่วประเทศ จำแนกตามเพศ ปีงบประมาณ 2540-2544

ที่มา : กองประสานและปฏิบัติการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

  ภาพที่ 2-19 ร้อยละของผู้ติดสุราที่เข้ารับการบำบัดรักษาทั่วประเทศ จำแนกตามกลุ่มอายุ ปีงบประมาณ 2540-2544

ที่มา : กองประสานและปฏิบัติการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

4. ปัญหาสารเสพติด
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของสารเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยจากสถิติการจับกุมยาเสพติดทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 - 2545 พบว่า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมาก (ตารางที่ 2-2 และ 2-3) แต่จากนโยบายการดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่ปี 2545 จึงมีการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่มากยิ่งขึ้นทำให้เกิดการตัดตอนการค้าของผู้ค้ารายย่อย ดังนั้นสถิติการจับกุมยาเสพติดในปี 2545 จึงลดลง แต่จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษามีเพิ่มมากขึ้น (ภาพที่ 2-20 และภาพที่ 2-21) ซึ่งสอดคล้องกับสถิติการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการเสพยาบ้าของกรมสุขภาพจิต ปี พ.ศ. 2545 พบมีแนวโน้มสูงขึ้น

  ตารางที่ 2-2 สถิติการจับกุมคดียาเสพติดทั่วประเทศ ปี 2540-2545
ปี พ.ศ. จำนวนคดี จำนวนผู้ต้องหา
2540 158,062  171,629 
2541 192,668  211,946 
2542 206,170  223,294 
2543 222,498  238,153 
2544 205,375  218,166 
2545 176,480  186,545 

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี

  ตารางที่ 2-3 สถิติการจับกุมคดียาเสพติดทั่วประเทศ จำแนกตามชนิดยาเสพติด ปี 2540-2545
ปี พ.ศ. เฮโรอีน ยาบ้า ฝิ่น กัญชาแห้ง สารระเหย อื่นๆ
2540 17,081 (10.7)  79,508 (49.8)  4,006 (2.5)  33,816 (21.2)  23,102 (14.5)  2,145 (1.3) 
2541 13,859 (7.1)  130,691 (67.2)  3,834 (2.0)  25,715 (13.2)  18,028 (9.3)  2,403 (1.2) 
2542 7,872 (3.8)  154,028 (74.1)  3,022 (1.4)  22,720 (10.9)  17,004 (8.2)  3,320 (1.6) 
2543 4,926 (2.2)  180,287 (80.4)  2,466 (1.1)  19,890 (8.9)  13,107 (5.8)  3,545 (1.6) 
2544 3,461 (1.7)  167,173 (80.8)  2,284 (1.1)  20,461 (9.9)  10,640 (5.1)  2,908 (1.4) 
254ๅ 2,170 (1.2)  142,761 (80.3)  1,891 (1.1)  14,563 (8.2)  12,938 (7.3)  3,382 (1.9) 

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี

  ภาพที่ 2-20 การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด จำแนกตามชนิดสารเสพติด ระหว่างปี พ.ศ. 2540-2545


  ภาพที่ 2-21 จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษา ระหว่างปี พ.ศ. 2540-2544

ที่มา : รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2544 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี

  ภาพที่ 2-22 จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษา จำแนกตามเพศ ระหว่างปี พ.ศ. 2540-2544

ที่มา : รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2544 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี

  ภาพที่ 2-23 จำนวนผู้เข้ารับการบำบัดรักษาระบบสมัครใจทั่วประเทศ จำแนกตามชนิดยาเสพติด ปี พ.ศ. 2540-2544

ที่มา : รายงานผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2544 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักนายกรัฐมนตรี

  ภาพที่ 2-24 จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตจากการเสพยาบ้าของหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2545

ที่มา : กองแผนงาน กรมสุขภาพจิต

5. ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น
จากสถิติผู้มารับบริการในหน่วยงานของกรมสุขภาพจิตกลุ่มเด็กและวัยรุ่น พบว่าโรคทางจิตเวชและปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ ความผิดปกติของการพัฒนาการทางจิตใจ ร้อยละ 36.8 รองลงมา คือ ปัญญาอ่อน ร้อยละ 21.5 ความผิดปกติทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เริ่มต้นในเด็กและวัยรุ่น ร้อยละ 14.9 พฤติกรรมแบบจิตเพศและความหลงผิดร้อยละ 9.9 และความผิดปกติทางอารมณ์ ร้อยละ 7.4 (ตารางที่ 2-4)

  ตารางที่ 2-4 จำนวนและร้อยละของเด็กและวัยรุ่น (0-15 ปี) ที่มารับบริการในหน่วยงานกรมสุขภาพจิต จำแนกตามโรคและปัญหาสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2545
โรคทางจิตเวชและปัญหาสุขภาพจิต จำนวน (ราย) ร้อยละ
 ความผิดปกติทางพฤติกรรมจิตประสาทจากการเสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท 590  2.2 
 พฤติกรรมแบบจิตเภทและความหลงผิด 2,556  .9 
 ความผิดปกติทางอารมณ์ 1,903  7.4 
 โรคประสาทอาการทางกายที่เกิดจากจิตใจและความเครียด 1,309  5.1 
 พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางสรีรวิทยาและปัจจัยทางร่างกาย 296  1.1 
 ปัญญาอ่อน 5,551  21.5 
 ความผิดปกติทางพฤติกรรมของการพัฒนาการทางจิตใจ 9,523  36.8 
 ความผิดปกติทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เริ่มต้นในวัยเด็กและวัยรุ่น 3,868  14.9 
 กลุ่มอาการผิดปกติทางจิตใจอื่นๆ 275  1.1 
รวม  25,871  100 

ที่มา : กองแผนงาน กรมสุขภาพจิต

  ภาพที่ 2-25 จำนวนเด็กและวัยรุ่นที่มารับบริการในหน่วยงานกรมสุขภาพจิต จำแนกตามโรคและปัญหาสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2545

BottomBackground
BottomBackground
Top   |   Home   |   ถาม-ตอบ   |   สมุดเยี่ยมชม   |   รายงาน และสถิติ
BottomBackground
BottomBackground
Intranet   |   แบบทดสอบ   |   1667   |   ฐานข้อมูลวิจัย   |   ฐานข้อมูลวิจัยพยาบาล.
BottomBackground
BottomBackground BottomBackground
BottomBackground BottomBackground
BottomBackground
BottomBackground
© 2001-2004 Department of Mental Health. All Rights Reserved.  Contact WebMaster
BottomBackground
กรมสุขภาพจิต ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000. Tel. 0-2951-1300-29. เครือข่ายมหาดไทย. 821-8000.
Visit Mirror Site : http://www.dmh.moph.go.th/main.asp