Thank you for visiting. 
:: You are one of 57 current visitors. :: 
    Home   |   about us   |   สมุดเยี่ยมชม   |   ถาม - ตอบ   |   สถิติ   |   news   |   แบบทดสอบ  


โรคออทิซึม (Autism)
** โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์
ความหมาย
โรคออทิซึม เป็นกลุ่มอาการที่มีพัฒนาการล่าช้าและผิดปกติ ทางด้าน
1. พัฒนาการด้านสังคม
2. พัฒนาการด้านการสื่อความหมายและภาษา
3. มีการกระทำและความสนใจซ้ำๆ
ระบาดวิทยา
  โรคออทิซึม พบได้ 4-5 : 10,000 ตามเกณฑ์การวินิจฉัย DSM IV และ 21 : 10,000 ตามการวินิจฉัยแบบ Autistic Spectrum
  พบในเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 4 เท่า (ในไทยพบเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง 3.3 เท่า ) โดยในเด็กหญิงมักมีความรุนแรงมากกว่าเด็กชาย
  มีโอกาสเกิดโรคในพี่น้องของเด็กออทิสติกร้อยละ 3-7
  พบในทุกเชื้อชาติ และเศรษฐานะ
 เกณฑ์การวินิจฉัย  |  อาการและอาการแสดง  |  แนวทางการดูแลเด็กออทิสติก  |  แนะนำหนังสือ  

เกณฑ์การวินิจฉัย
เกณฑ์การวินิจฉัยตาม DSM IV มีดังนี้

A. เข้าเกณฑ์ต่อไปนี้ 6 ข้อ หรือมากกว่า จากหัวข้อ (1) (2) และ (3) อย่างน้อยต้องมี 2 ข้อจากหัวข้อ (1) และจากหัวข้อ (2) และ (3) อีกหัวข้อละ 1 ข้อ
(1) มีคุณลักษณะในการเข้าสังคมที่ผิดปกติ แสดงออกอย่างน้อย 2 ข้อต่อไปนี้
     (a) บกพร่องอย่างชัดเจนในการใช้ท่าทางหลายอย่าง เช่น การสบตา การแสดงสีหน้า กิริยา หรือท่าทางประกอบการเข้าสังคม
     (b) ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนในระดับที่เหมาะสมกับอายุ
     (c) ไม่แสดงความอยากเข้าร่วมสนุก ร่วมทำสิ่งที่สนใจ หรือร่วมงานให้เกิดความสำเร็จกับคนอื่น ๆ ( เช่น ไม่แสดงออก ไม่เสนอความเห็น หรือไม่ชี้ว่าตนสนใจอะไร)
     (d) ไม่มีอารมณ์หรือสัมพันธภาพตอบสนองกับสังคม
(2) มีคุณลักษณะในการสื่อสารผิดปกติ แสดงออกอย่างน้อย 1 ข้อต่อไปนี้
     (a) พัฒนาการในการพูดช้าหรือไม่มีเลย (ไม่มีการแสดงว่าอยากใช้การสื่อสารวิธีอื่นมาทดแทน เช่น แสดงท่าทาง)
     (b) ในรายที่พูดได้ ก็ไม่สามารถเริ่มพูดหรือสนทนาต่อเนื่องกับคนอื่นได้
     (c) ใช้คำพูดซ้ำหรือใช้ภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ
     (d) ไม่มีการเล่นสมมติที่หลากหลาย คิดเองตามจินตนาการ หรือเล่นเลียนแบบสิ่งต่าง ๆ ตามสมควรกับพัฒนาการ
(3) มีแบบแผนพฤติกรรม ความสนใจ หรือกิจกรรมที่จำกัด ใช้ซ้ำ ๆ และลักษณะเป็นเช่นเดิมแสดงออกอย่างน้อย 1 ข้อต่อไปนี้
     (a) หมกมุ่นกับพฤติกรรมซ้ำ ๆ (stereotyped) ตั้งแต่ 1 อย่างขึ้นไป และมีความสนใจในสิ่งต่าง ๆ จำกัด ซึ่งเป็นภาวะที่ผิดปกติทั้งในแง่ของความรุนแรงหรือสิ่งที่สนใจ
     (b) ติดกับกิจวัตรหรือย้ำทำกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีประโยชน์โดยไม่ยืดหยุ่น
     (c) ทำกริยาซ้ำ ๆ (mannerism) (เช่น เล่น สะบัดมือ หมุน โยกตัว)
     (d) สนใจหมกมุ่นกับเพียงบางส่วนของวัตถุ

B. มีความช้าหรือผิดปกติในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้ ก่อนอายุ 3 ปี (1) ปฏิสัมพันธ์กับสังคม (2) ภาษาที่ใช้สื่อสารกับสังคม หรือ (3) เล่นสมมติหรือเล่นตามจินตนาการ

C. ความผิดปกติไม่เข้าได้กับ Rett's Disorder หรือ Childhood Disintegrative Disorder

การวินิจฉัยโรคออทิซึม
การวินิจฉัยโรคออทิซึม จะดูได้จาก

1. ประวัติของเด็ก เกี่ยวกับ
     1.1 ประวัติการตั้งครรภ์ของมารดา การคลอด การเจ็บป่วยของมารดาขณะตั้งครรภ์ อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจมีปัญหากระทบกระเทือนต่อพัฒนาการทางสมอง ปัญหาการเลี้ยงดูในด้านการกิน การนอน การขับถ่าย เป็นต้น
     1.2 พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน เด็กททิสิสติกจะมีพัฒนาการทางภาษาและทักษะทางสังคมช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน
     1.3 พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกขณะอยู่บ้าน ดังเช่น
          1.3.1 ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่หรือบุคคลที่ใกล้ชิดในบ้าน เช่น เด็กชอบเล่นคนเดียว
          1.3.2 มีพฤติการซ้ำซากหรือไม่
          1.3.3 การตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆเกี่ยวกับการมอง การได้ยิน การสัมผัส ความรู้สึก เจ็บปวดเป็นอย่างไร
          1.3.4 ลักษณะการเล่นและการแสดงออกทางอารมณ์
     1.4 มีประวัติว่าบุคคลในครอบครัวที่มีอาการเช่นเดียวกับเด็ก
     1.5 ประวัติการเจ็บป่วยของเด็ก การกระทบกระเทือนต่อสมอง เช่น ไข้สูงมากๆหรืออาการชัก เป็นต้น
2. การตรวจประเมินเพื่อการวินิจฉัย
     แพทย์จะสังเกตพฤติกรรมเด็กขณะวิ่งหรือเล่นคนเดียวอย่างอิสระก่อนและขณะที่พ่อแม่พูดคุยกับแพทย์
     พฤติกรรมที่อาจสังเกตพบขณะตรวจ
     พฤติกรรมที่สังเกตได้ในเด็กออทิสติคจะมีลักษณะไม่สนใจคนรอบข้าง เล่นคนเดียว ไม่สบตา เรียกไม่หัน ไม่ติดแม่หรือคนเลี้ยง พฤติกรรมซ้ำ เช่น สะบัดมือ หมุนสิ่งของ ฯลฯ จะมีความสนใจบางอย่างมากผิดปกติ เดินเขย่งปลายเท้า พฤติกรรมเหล่านี้อาจพบได้ในเด็กปกติบ้าง แต่เป็นเพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น ไม่ปรากฏอยู่นานเหมือนในเด็กออทิสติก
3. การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ ยังไม่มีรายงานเรื่องการตรวจพิเศษทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคออทิซึม สำหรับเด็กออทิสติคที่มีประวัติการคลอดผิดปกติ สมองขาดออกซิเจน การเจ็บป่วยรุนแรงที่อาจกระทบกระเทือนต่อสมอง การมีไข้สูงและการชัก เป็นต้น หรือเด็กที่มีพฤติกรรมถดถอย เหม่อลอย ไม่รู้สึกตัวเป็นพักๆ หรือเด็กที่หัวเราะมากจนเกินไปโดยไม่สมเหตุผล ควรได้รับการพิจารณาตรวจคลื่นสมองด้วยไฟฟ้า เพื่อนำมาประกอบการรักษา แต่จะใช้เป็นข้อวินิจฉัยว่าเป็นเด็กออทิสติคไม่ได้ เนื่องจากลักษณะของคลื่นสมองที่ผิดปกติ ไม่ได้เป็นแบบจำเพาะสำหรับเด็กออทิสติค ส่วนการตรวจสมองด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่น MRI, CT-Scan, หรือ PET- Scan จะพิจารณาส่งตรวจเมื่อมีข้อชี้บ่งเป็นรายกรณีเท่านั้น
4. การตรวจทางจิตวิทยา การส่งตรวจเชาว์นปัญญาควรส่งตรวจหลังจากเด็กได้รับการรักษาและช่วยเหลือจนเด็กสามารถสื่อสารและเรียนรู้ได้แล้ว เพื่อประโยชน์ในการจัดส่งเข้าชั้นเรียนที่เหมาะสมต่อไป
5. การทดสอบการได้ยิน รายที่สงสัยว่าการได้ยินบกพร่อง
  Help

Back to the top     ::    © 2001 Department of Mental Health. All Rights Reserved.     ::    Contact WebMaster